น้องสาวมึน พี่สาวป่วยทางจิตปั่นจักรยานจากนครนายก โผล่เป็นศพแห้งกรังที่อยุธยา

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา พบศพหญิงชราอายุประมาณ 50-60 ปี สภาพศพเน่าเปื่อย สภาพศพนอนหงาย ใส่เสื้อลายสก็อตแขนยาวผ้าถุงสีน้ำตาล ข้างศพพบรถจักรยานสีเขียวล้มคว่ำอยู่ ที่รถจักรยานพบกระเป๋าถือแขวนไว้ ตรวจสอบในกระเป๋าพบเงินสด 2,000 บาท และหมากพลู อยู่ในป่า หมู่ 5 ต.กระจิว อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด (17 ส.ค.) เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ สภ.ภาชี จ. พระนครศรีอยุธยา นางวันวิสา อายุ 59 ปี เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.อำนาจ อุสารัมย์ รองสว.สอบสวน สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมาขอดูศพพร้อมกับยืนยันว่า ศพหญิงสาวที่พบคือนางสาวรำไพ อายุ 66 ปี เป็นพี่สาวของตนเอง

นางวันวิสา อายุ 59 ปี เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นพี่สาวของตน ซึ่งหายออกจากบ้านที่อยู่ จ. นครนายก ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. และตนพร้อมญาติก็ได้ออกตามหาและประกาศตามโลกโซเชียล ตั้งแต่วันแรกที่หายไป

และก็ได้ไปแจ้งความคนหายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนมทราบข่าวว่าพบศพหญิงสาวเสื้อผ้าและรถจักรยาน ตรงกับพี่สาวจึงเดินทางมาดู ยืนยันว่าเป็นพี่สาวของตนเอง

ส่วนสาเหตุตนก็ไม่ทราบว่าพี่สาวถึงทำไมปั่นจักรยานมาถึงที่นี่ได้ ส่วนพี่สาวของตนเองมีอาการป่วยทางจิตและต้องคอยไปพบแพทย์และรับยามารักษาตัวที่บ้าน

แต่ระยะหลังไม่ยอมไปจึงไมได้รับยามารักษา จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้พี่สาวของตนปั่นจักรยานออกจากบ้าน และอาจจะหลงทางจึงกลับบ้านไม่ได้ จนมีผู้มาพบศพสภาพร่างกายแห้งกรังในป่ารกดังกล่าว

“เจมส์ จิรายุ” เคลียร์ชัดสถานะ “แต้ว” แฟนละครดราม่า ลามถึงแฟนนางเอกสาว

ออกมาเปิดใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับนักแสดงหนุ่มหน้าหวาน เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข หลังมีข่าวว่าแฟนคลับต่างชาติของคู่จิ้น เจมส์จิ-แต้ว เข้าไปคอมเมนต์ในอินสตาแกรม ต้น-อาชว์ ไหลสกุล หวานใจตัวจริงของนางเอกสาว แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ และสั่งให้ลบรูปคู่ออกให้หมด เนื่องจากอยากเห็นรูปคู่ เจมส์จิ-แต้ว มากกว่า

โดยงานนี้นอกจากหนุ่ม เจมส์ จิรายุ จะออกมาชี้แจงดราม่าดังกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นเพียงแค่ในละคร และความสัมพันธ์ระหว่างตนกับนางเอกรุ่นพี่ก็เป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมงานที่สนิทเท่านั้น เจ้าตัวก็ยังบอกอีกด้วยว่า ไม่จำเป็นต้องเคลียร์กับต้น เพราะเชื่อว่าอีกฝ่ายเข้าใจอยู่แล้ว

ล่าสุดมีดราม่าออกมา แฟนคลับต่างชาติจิ้น เจมส์-แต้ว จนไปขอให้ ต้น อาชว์ ลบภาพคู่แต้วออกจากอินสตาแกรม ?
“จริงๆ มันก็เป็นแค่ละครนะครับ เราก็แค่อยากให้คนดูมีความสุขกับละครเท่านั้นเอง ถ้าถามผมว่าประเด็นนี้มันรุนแรงไหม มันก็แล้วแต่จะคิดนะครับ แต่ยังไงมันก็ยังอยู่ในของเขตของการแสดงอยู่ดี ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้ เพราะพี่แต้วก็ยังเป็นพี่สาวที่น่ารักของผมเสมอ (ยิ้ม) แต่เอาจริงๆ ผมเชื่อว่าทุกคนเข้าใจนะว่ามันคืองาน แต่อาจจะมีคนแค่บางกลุ่มเท่านั้น ที่ชื่นชอบละครจนอินไปกับละคร”

“สำหรับทางด้านคนของผม คือ…เขาเองก็เข้าใจเรื่องนี้ดี เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องของงาน และกับตัวพี่ต้นเอง ผมว่าไม่มีอะไรที่จะต้องเคลียร์กันหรอก เพราะมันไม่มีอะไรอยู่แล้ว อีกอย่างพี่แต้วเขาก็เป็นคนแมนๆ เขาไม่สนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้วครับ”

มีข่าวว่า พี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ป่วยหนัก เข้าห้องไอซียู และเราเองก็ถ่ายละครกับพี่เขาอยู่ พอจะทราบรายละเอียดหรือเปล่า ?
“พอดีวันนี้ผมไม่ได้มีคิวถ่ายละครก็เลยไม่ทราบรายละเอียดอะไรมาก แต่ก็เห็นจากข่าวแล้ว ซึ่งพอผมโทรไปหาพี่ๆ ที่กองถ่ายก็ได้ถามอาการมาคร่าวๆ ตัวผมเองก็ตกใจเหมือนกัน เพราะที่ผ่านมาพี่อ๊อฟเป็นคนที่แข็งแรงมาก แต่เรื่องรายละเอียดผมก็ทราบตามที่เป็นข่าวนะครับ ยังต้องรอดูอาการต่อไป”

“ถามว่าสาเหตุที่พี่อ๊อฟต้องเข้าโรงพยาบาลเกิดจากสาเหตุอะไร ผมยังไม่ได้ถามสาเหตุเลยครับ แต่ถ้าหากไม่ลำบากพี่อ๊อฟจนเกินไป ผมก็อยากจะเข้าไปเยี่ยม ส่วนเรื่องการถ่ายละคร พรุ่งนี้ผมก็น่าจะต้องไปถ่ายเหมือนเดิมตามปกติ เพราะทางกองยังไม่ได้แจ้งอะไรมา”

สาวหัวร้อนบุกทำร้าย 8 ขวบกลางเซเว่น ฉุนอ้างเป็นต้นเหตุทำให้รถล้ม

เด็กหญิงลูกครึ่งอาหรับเดินข้ามถนนมาร้านสะดวกซื้อ ก่อนโดนสาววัยรุ่นตามเข้าไปทำร้าย อ้างเป็นต้นเหตุวิ่งตัดหน้า ทำให้รถล้มคว่ำกลางสายฝน

(16 ส.ค.) เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา นางเพ็ญศรี อายุ 51 ปี ได้พาหลานสาวลูกครึ่งไทย-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ น้องอลิซ (นามสมมติ) อายุ 8 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.โรมรัน ศรีไกรภักดิ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.หนองปรือ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ระบุว่าหลานสาวถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ ภายในร้านสะดวกซื้อเซเว่น อิเลฟเว่น ซอยเขาตาโล 1/2

นางเพ็ญศรี ยายของน้องอลิซ เล่าว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ถนนลื่น ตนและหลานๆกำลังเดินข้ามถนน จังหวะนั้นได้มีรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่กันมา 2 คน ก่อนจะล้มเสียหลักลงที่พื้นถนน ตอนนั้นตนก็ไม่ทราบว่าพวกตนเป็นต้นเหตุหรืออย่างไร จึงไม่ได้คิดอะไร แล้วเดินต่อไปที่ร้านสะดวกซื้อกับหลานๆ

แต่ขณะที่กำลังเดินเลือกซื้อสินค้าอยู่ภายในร้านนั้น ปรากฏว่ามีหญิงสาวอายุประมาณ 20-25 ปี ได้เดินปรี่เข้ามาทำร้ายหลานสาว ด้วยการจับแขนเหวี่ยงล้มกลิ้งไปกับพื้นร้าน ทำให้หลานได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ประชาชนและพนักงานภายในร้านต่างเข้ามาช่วยกันห้าม อีกทั้งยังถูกข่มขู่ด่าทอด้วยคำพูดหยาบคาย หลังเกิดเหตุตนจึงรีบพาหลานไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ก่อนเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้านสะดวกซื้อ แต่ยังไม่เปิดเผยกับสื่อมวลชนแต่อย่างใด

คำขอโทษจากหนุ่มถูกแอบถ่ายคลิป ยอมรับมโนไป ตร.มอบ 3 ข้อหา

หนุ่มอ้างถูกแอบถ่ายคลิปในม่านรูด แชร์ว่อนทวิตเตอร์ เปิดปากรับสารภาพว่าแค่มโนไปเอง หลังสอบสวนเครียดกว่า 7 ชั่วโมง ออกปากขอโทษโรงแรมที่กล่าวหา ตำรวจคุมตัวแจ้ง 3 ข้อหา

จากกรณีที่ นายต้น (นามสมมติ) อายุ 34 ปี หนุ่มรัฐวิสาหกิจได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ เพราะตกเป็นผู้เสียหาย หลังคลิปภาพของตนเองกับมีเพศสัมพันธ์กับแฟนสาวในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ ตัดต่อแชร์เผยแพร่ผ่านทางทวิตเตอร์

โดยระหว่างสอบสวน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้มอบหมายให้ชุดสืบสวนขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อตรวจสถานที่เกิดเหตุหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นทีใกล้เคียงที่เกิดเหตุ และรวบรวมหลักฐานจากผู้เสียหายและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ

กระทั่งหลังจากการสอบสวนนานกว่า 7 ชั่วโมง ท่ามกลางข้อมูลที่เริ่มส่อแววคดีพลิก หลังจากที่ผู้เสียหายอ้างว่าเริ่มสับสนว่าอาจจะไม่ใช่ตนเองที่ปรากฏอยู่ในคลิปอื้อฉาวดังกล่าว จนในที่สุด นายต้น ก็ได้ให้การยอมรับสารภาพว่า  https://snbbet.com เรื่องทั้งหมดที่ดำเนินการแจ้งความไม่ใช่ความจริง เพียงแค่กุเรื่องขึ้นมาเพราะความเข้าใจผิด

นายต้น ให้การอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุตนกับแฟนได้เห็นคลิปภาพในทวิตเตอร์ โดยพิจารณาหลายๆ อย่าง เห็นว่ามีลักษณะคล้ายตัวเองและแฟนสาว แต่เมื่อนำคลิปภาพคลิปเสียงมาร่วมตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ จึงทราบว่าบุคคลที่อยู่ในคลิปไม่ใช่ตนกับแฟนสาว

แต่คลิปที่ส่งให้กับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ตนขอยืนยันว่าเป็นการติดต่อซื้อขายคลิปกันจริงๆ ผ่านทางทวิตเตอร์ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้นำตัวส่งดำเนินคดี 3 ข้อหา ได้แก่ แจ้งความอันเป็นเท็จต่อพนักงานตาม ป.อาญามาตรา 137, รู้ว่ามิได้มีความผิดอาญาเกิดขึ้น แจ้งข้อความต่อเจ้าพนักงานสอบสวนหรือพนักงานผู้มีอำนาจว่าได้มีการกระทำความผิด และ พยายามกรรโชกทรัพย์ต่อโรงแรมที่กล่าวหา

ทั้งนี้ นายต้น ได้อธิบายทิ้งท้ายว่า ตนไม่ได้มีเจตนาสร้างเรื่องขึ้นมา เพราะก็มีตำแหน่งหน้าที่การงานอยู่ หากรู้ว่าผิดคงไม่ทำเช่นนี้ ส่วนที่เข้าใจว่าทรัพย์สินและนาฬิกาเป็นของตนเองนั้น เพราะไม่ตรวจสอบให้ละเอียดเอง ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหากับทางโรงแรมม่านรูด ต้องขอโทษโรงแรมในเรื่องนี้ด้วย

“แจ็ก แปปโฮ” วอนสังคมอภัยคลิปจุดประทัดปลอม หวังสนุกไม่คิดแกล้ง รับเป็นบทเรียน

จากกรณีผู้ใช้ยูทูบช่อง แจ็ก แปปโฮ ที่มีผู้ติดตาม กว่า 90,000 บัญชี อัปโหลดคลิปวิดีโอ การเล่นจุดประทัดลูกบอลปลอม หรือระเบิดปิงปองปลอม ในพื้นที่สาธารณะ เพื่อแกล้งให้ผู้อื่นตกใจกลัว และวิ่งหนี ส่วนใหญ่ผู้ที่ถูกแกล้งในคลิป เป็นกลุ่มผู้หญิง ซึ่งคลิปดังกล่าว นำเผยแพร่เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา และยอดเข้าชมเกือบ 200,000 ครั้ง ซึ่งโลกออนไลน์แชร์คลิปและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในทางลบ โดยมองว่าไม่เหมาะสม เพราะนอกจากจะสร้างความแตกตื่นตกใจแล้ว อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

นายจาตุรงค์ หรือ แจ็ก แปปโฮ ยูทูบเบอร์ เปิดเผยว่า การที่อัดคลิปนั้น ไม่ได้คิดจะทำเพื่อกลั่นแกล้งคน แต่ทำเพื่อความสนุกสนาน และบันเทิงเท่านั้น อยากให้คนที่เข้ามาดูคลิปมีรอยยิ้ม ไม่ได้คิดว่าจะผิดกฎหมายด้วย เพราะคลิปวิดีโอที่ทำ ไม่มีทีมงาน มีแค่น้องที่ให้ช่วยมาถือกล้องให้เท่านั้น

ทั้งนี้ เมื่อคลิปวิดีโอได้ถูกเผยแพร่ออกไป และมีคนดูจำนวนมาก จากนั้นก็มีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.คลองห้า โทรศัพท์เข้ามาหาตน เพื่อเรียกไปสอบถาม และมีคำตักเตือนว่าการทำแบบนี้ไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ตนต้องขอบคุณทุกคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นทั้งในด้านดี และไม่ดี ทุกความเห็น ตนจะนำไปปรับใช้ และยินดีที่จะรับฟังทุกความเห็นจากสังคมด้วย แต่สิ่งที่ทำในครั้งนี้ เกิดความผิดพลาดไปแล้ว ก็ขอโทษสังคม และอยากให้สังคมให้อภัย

นายจาตุรงค์ กล่าวต่อว่า การทำคลิปนั้น ตนก็จะทำต่อไป เพื่อความบันเทิง แล้วจะนำเอาบทเรียนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไปแก้ไขในคลิปต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบเดิมขึ้นอีก

ทางด้าน พ.ต.อ.ทูน เดชคุณมาก ผกก.สภ.คลองห้า เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าว ตำรวจได้เรียกตัวแจ็กมาสอบถาม และว่ากล่าวตักเตือนแล้ว เพราะการกระทำในลักษณะดังกล่าว เป็นการสร้างความเดือดร้อน รำคาญให้แก่ประชาชน มีโทษปรับ 500 บาท

กรรมติดจรวด! หนุ่มซิ่งจยย.ตามหาเรื่องเก๋งขาว วันถัดมาขี่เหินลูกระนาด-โดน 4 ข้อหา

(12 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Sirilak Duangkaew ได้โพสต์คลิปหน้ารถซึ่งเป็นเหตุการณ์รถจยย.ขับขี่ออกจากซอยโดยไม่ได้มองรถทางตรง จนเกือบชนรถยนต์สีขาวที่วิ่งอยู่ด้านหน้ารถเจ้าของคลิป ซึ่งผู้ขับขี่รถจยย.ได้ไล่ตามไป พยายามจะหาเรื่องรถเก๋งขาว อีกทั้งยังปาดหน้าแต่คู่กรณีพยายามขับหนีเพื่อไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาท จากการตรวจสอบพบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ซอยบงกช 37 ม.5 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง .ปทุมธานี

ความคืบหน้าล่าสุด ร.ต.อ.ณพัทธ์พล ศรีพลอย รองสว.สส.สภ.คลองหลวง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.คลองหลวง ได้ออกหาข่าวจนสามารถไปพบตัวผู้ที่ขับรถคันจยย.คันดังกล่าวที่ห้องเช่าไม่มีชื่อภายในซอยบงกช 31 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยรถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีน้ำเงินขาว ทะเบียน 3กช-8471กทม. ที่ก่อเหตุ และเชิญตัว นายอนุรักษ์ อายุ 27 ปี ผู้ขับขี่มาทำการสอบปากคำและส่งมอบให้ พ.ต.ต.ศิโรจน์ แนบเนียน สว.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง สอบสวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา

พ.ต.ต.ศิโรจน์ แนบเนียน สว.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 10 สิงหาคม 2561 เวลา 18.03 น. ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่ามีการการทำผิดคือ

1.ขับรถในลักษณะประมาทหวาดเสียวอาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น

2.ขับขี่รถไม่สวมหมวกนิรภัย

3.ขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งเป็นความผิดตามพรบ.จราจร และ

4.กระทำความผิดฐานทำให้ผู้อื่นตกใจหรือเกิดกลัวตามประมวลกฏหมายอาญา ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพในการกระทำความผิดซึ่งมีการเปรียบเทียบปรับไป 2,200 บาท

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวผู้ปกครองมาพูดคุยและให้ไปว่ากล่าวตักเตือนอบรมบุตรเพื่อให้ประพฤติตนเป็นคนดี ต่อมา เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ขับขี่รถเก๋งสีขาวคู่กรณีไล่ทำร้ายมาทำการสอบปากคำแล้ว ซึ่งอีกฝ่ายไม่ติดใจที่จะเอาเรื่องกับผู้กระทำความผิด แต่ตำรวจตรวจสอบแล้วว่ามีการกระทำความผิดกฏหมายจึงต้องดำเนินคดี

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุการณ์ในคลิปเพียงวันเดียว เมื่อ 11 สิงหาคม นายอนุรักษ์ ได้รับขี่รถจยย.คันเดียวกันกับที่ก่อเหตุในคลิป ไปเหินลูกระนาดจนเกิดรถคว่ำได้รับบาดเจ็บจนมีแผลถลอกตามร่างกายหลายแห่งอีกด้วย

ฟังอีกมุม นิติฯคอนโดยัน ลูกบ้านทำผิดกฏจอด จยย.เกิน 1 คัน หลังดราม่าเข็นรถขึ้นลิฟท์

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์คลิปและข้อความระว่าต้องเข็นรถจักรยานยนต์ขึ้นไปจอดในห้องคอนโดฯ เพราะถ้าจอดที่ลานจอดจะถูกล็อกล้อจากฝ่ายนิติบุคคลของคอนโดฯ

ทีมข่าวอมรินทร์ลงพื้นที่จรัญสนิทวงศ์ ซอย 3 ได้เจอกับ คุณหญิง (นามสมมติ) ผู้จัดการอาคาร เปิดเผยว่า จากกรณีที่คอนโดฯมีการเก็บค่าล็อกล้อในราคา 500 บาท เป็นเรื่องจริง เนื่องจากก่อนหน้านี้ลูกบ้านก็ทราบอยู่แล้วว่า การเช่าที่จอดรถคันที่ 2 เดือนละ 300 บาท เป็นแค่สัญญาชั่วคราว สามารถยกเลิกได้ตลอดเวลา ซึ่งในสัญญาซื้อขาย ลูกบ้านก็รู้อยู่แล้วว่ามีพื้นที่สำหรับจอดรถเพียง 33 เปอร์เซ็นของพื้นที่ ซึ่งสามารถจอดรถยนต์ได้ 636 คัน และจอดจักรยานยนต์ได้ 161 คัน อีกทั้งการเก็บค่าปรับล็อกล้อ ก็ยังเป็นมติของลูกบ้านเกินครึ่งของลูกบ้าน 25 เปอร์เซ็น ที่เข้าร่วมการประชุม

คุณหญิง ยังบอกอีกว่า กรณีที่มีชายชุดดำเดินมาล็อกล้อ ตนยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวเป็นคนจากบริษัท รปภ. แต่เนื่องจากเป็นการป้องกันไม่ให้ลูกบ้าน เกิดการปะทะกับ รปภ. ในพื้นที่ จึงต้องให้ รปภ. จากนอกพื้นที่มาคอยดูแล ส่วนกรณีที่ลูกบ้านมีการอ้างว่าจ่ายค่าปรับแล้วไม่มีใบเสร็จนั้น ตนยืนยันว่าไม่เป็นเรื่องจริง เพราะการปรับทุกครั้งต้องมีใบเสร็จแล้วต้องผ่านระบบทุกครั้ง

คุณหญิง ยังยืนว่า หากมีการประชุมลูกบ้านประจำปี ในช่วงเดือน เม.ย 2562 และเกิดมติครั้งใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงให้จอดรถได้ 2 คัน ก็ต้องยึดมติในวาระครั้งใหม่ ซึ่งกฎการล็อกล้อสามารถเปลี่ยนแปลงได้

ด้าน คุณสาว (นามสมมติ) ลูกบ้านคอนโดฯ เปิดเผยว่า ตนอยู่คอนโดฯนี้มาตั้งแต่เปิดในปี 2559 ซึ่งตนรู้สึกไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่มีลูกบ้านคนอื่นๆออกสื่อ เกี่ยวกับประเด็นการจอดรถ เพราะตนมองว่าทุกคนต้องทำตามกฎ ซึ่งตนก็ทราบอยู่แล้วว่าการเช่าที่จอดเดือนละ 300 บาท เป็นเพียงสัญญาชั่วคราว และก็รู้ตั้งแต่ซื้อคอนโดฯว่าทุกคนมีสิทธิ์จอดรถได้เพียงห้องละ 1 คัน ซึ่งตนคิดว่าคนที่ออกมาเป็นปัญหาตอนนี้ก็รู้มาตั้งแต่แรก แต่แค่อยากจะจอดรถเกินสิทธิ์เท่านั้น คุณสาว ยังบอกอีกว่า ถึงจะมีการประชุมเพื่อหามติครั้งใหม่และอนุญาตให้จอดมากกว่า 1 คัน ยังไงตนก็ไม่เห็นด้วยและจะไม่ยอมด้วย

รปภ.หมู่บ้านดังปากเกร็ดดับปริศนาคาป้อมยาม ท่อนล่างเปลือย

รปภ. วัย 68 ปี ช็อกดับปริศนาคาป้อมยาม ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านปากเกร็ด หลังเข้าเวรจนไม่ได้พักผ่อน เพื่อนรปภ.เผย ผู้ตายมีโรคประจำตัวหลายโรค คาดหัวใจวายเฉียบพลัน

เมื่อเวลา 11.30 น. (9 ส.ค. 2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด รับแจ้งเหตุชายเสียชีวิตภายในป้อมยามของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ถ.เลียบคลองประปา ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง รุดไปตรวจสอบ

บริเวณป้อมยามภายในหมู่บ้านพบศพ นายชนะ อายุ 68 ปี นั่งคอพับเสียชีวิตในชุดเสื้อยึดแขนกุด สีขาว ท่อนล่างเปลือยเปล่า ข้อเท้าขวามีบาดแผลจากอาการของโรคเบาหวาน คาดว่าเสียชีวิตมาราว 5 ชั่วโมง

สอบสวนเพื่อนๆ รปภ.ทราบว่า ผู้ตายมีโรคประจำตัวหลายโรค เพิ่งออกเวรเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา สันนิฐานว่าระหว่างรอเพื่อน รปภ.มาเปลี่ยนเวร ผู้ตายได้เปลี่ยนเสื้อผ้าและคงเกิดอาการหน้ามืดเลยนั่งที่โต๊ะและเสียชีวิตด้วยระบบหัวใจล้มเหลว เนื่องจากพักผ่อนน้อย เข้าเวรทั้งคืน อีกทั้งยังมีอายุมากและมีโรคประจำตัวหลายโรค จึงทำให้เสียชีวิตโดยที่ไม่มีใครช่วยเหลือได้ทัน เบื้องต้นมอบศพให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวช เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง ก่อนมอบให้ญาตินำไปประเพณีทางศาสนาต่อไป

จ่อดำเนินคดี “ครูแนะแนว-ครูปกครอง” สั่งนักเรียนหญิงเปิดหน้าอกเทียบคลิปโป๊

สู้มาเกือบปี คดีไม่คืบ ! แม่เด็กหญิงเหยื่อสองครูสั่งเปิดนม-แสดงท่าอมอวัยวะเพศชาย เพราะเชื่อว่าเด็กเป็นคนในคลิปโป๊ ลั่นขอดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทุกคน

( 8 ส.ค.) เวลาประมาณ 15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.เมืองลำปาง จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ นางงาม (นามสมมติ) อายุ 48 ปี ชาวบ้านใน ต.พระบาท จ.ลำปาง เข้าพบ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เพื่อเร่งติดตามความคืบหน้ากรณีที่บุตรสาว ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ซึ่งขณะนั้นเกิดเหตุเมื่อปี 2560 กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ถูกอาจารย์ผู้หญิง ซึ่งเป็นอาจารย์ฝ่ายแนะแนว และอาจารย์ฝ่ายปกครองเรียกตัวไปพบภายในห้องปกครองของโรงเรียนแห่งหนึ่งกลางเมืองลำปาง พร้อมระบุว่า บุตรสาวตนเองเป็นเด็กที่อยู่ในคลิปโป๊

แต่ทราบในเวลาต่อมาว่า ที่แท้เด็กในคลิปไม่ใช่ลูกตน แต่เป็นเด็กวัยรุ่นสองคนชายหญิง โดยเด็กผู้หญิงกำลังแสดงท่าทางอมอวัยวะเพศผู้ชาย แต่ตอนนั้นหลังเห็นคลิปดังกล่าว ซึ่งอาจารย์ทั้งสองเป็นผู้นำคลิปมาให้ดู พร้อมบอกว่าอาจารย์ผู้ชายท่านหนึ่งนำมา และระบุว่าบุตรสาวตนเองเป็นบุคคลในคลิป โดยบุตรสาวตนเองก็ยืนยันว่า บุคคลในคลิปไม่ใช่ตนเอง แต่อาจารย์ทั้งสองไม่เชื่อ

สุดท้ายได้บังคับให้บุตรสาวตนเองถอดเสื้อออก เปิดให้เห็นเรือนร่างท่อนบนทั้งหมด และจากนั้นยังให้บุตรสาวตนเองแสดงท่าทางก้มลงอมอวัยวะเพศผู้ชาย เช่นเดียวกับในคลิป ซึ่งหลังเกิดเรื่องเมื่อปี 2560 ตนเองก็พยายามเข้าพบผู้อำนวยการของโรงเรียนดังกล่าว แต่ไม่ได้รับคำตอบหรือการแก้ไข หรือดำเนินการใดๆ

จากนั้นต่อมาตนเองเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง และเข้าร้องขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่หลายหน่วยงานก็พยายามจะไกล่เกลี่ย แต่ก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งเรื่องล่วงเลยมาเกือบหนึ่งปี แต่ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีการดำเนินการใดๆ ตนจึงเข้าร้องเรียนกับประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่เดินทางมาติดตามคดีเรื่องหนึ่งที่ สภ.เมืองลำปาง และจากนั้น พล.ต.ต.นิยม ด้วงสี ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดลำปาง และ พ.ต.อ.ไกรสิทธิ์ พรหมปฏิมา ผกก.สภ.เมืองลำปาง ได้เชิญตนเองซึ่งเป็นแม่ของ ด.ญ.เอ เข้าพบ เพื่อขอรับทราบข้อมูลที่เกิดขึ้นทั้งหมด

โดยเบื้องต้นทราบว่า ก่อนหน้านี้แม่เด็กได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองลำปาง จริง แต่คดีเป็นเหตุที่เกิดกับเด็กผู้หญิง พนักงานสอบสวนซึ่งเป็นผู้ชายจึงแจ้งให้แม่เด็กเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นผู้หญิง ในวันรุ่งขึ้น เนื่องจากการทำสำนวนคดีจะพิจารณาสอบสวน ซักข้อมูลรายละเอียดได้มากกว่า เพราะคดีเกิดกับเด็ก เป็นคดีที่ละเอียดอ่อน แต่จากการสื่อสารอาจจะไม่เข้าใจกัน แม่เด็กจึงไม่ได้มาพบพนักงานสอบสวนในวันนัดหมาย

แต่เมื่อเป็นความประสงค์ของผู้เสียหายที่จะดำเนินคดีกับครูทั้งสอง วันนี้ นางงาม อายุ 48 ปี แม่เด็กผู้เสียหาย จึงเดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.หญิง ชรินทร์ทิพย์ หอมตระกูล สว.สอบสวน ที่ สภ.เมืองลำปาง พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับอาจารย์หญิงทั้งสองคน โดยพนักงานสอบสวนรับเรื่องร้องทุกข์ พร้อมตั้งข้อกล่าวหาอาจารย์ทั้งสองว่า ร่วมกันกระทำอันเป็นการทารุณกรรม ต่อร่างกายเด็ก หรือจิตใจเด็ก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก โดยพฤติกรรมการกระทำ เป็นไปตามรายละเอียดข้างต้น ซึ่งพนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หลังจากลงมาจาก สภ.เมืองลำปาง แล้ว นางงามได้กล่าวว่า ตนเองพยายามเคลียร์เรื่องที่เกิดขึ้น เพียงหวังว่าจะให้บุตรสาวได้รับความยุติธรรม อาจารย์ที่กระทำละเมิดออกมาขอโทษเด็ก และรับการดำเนินการด้านวินัย ซึ่งตนเองไม่เคยเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินเลย เพียงแต่ขอความยุติธรรมให้กับบุตรสาว ซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำ ตนให้เวลามาร่วมปี แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า หรือมีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด ซึ่งจากนี้ไปตนจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคน รวมทั้งผู้ที่จัดหาคลิปมาเผยแพร่ด้วย

น่านับถือ อาจารย์จีนเปิดบ้านดูแลสัตว์ 200 ชีวิต ไถ่จากร้านอาหารพิสดาร-ตลาดมืด

ยอดบัณฑิตที่แท้จริง! อาจารย์จีนเปิดบ้าน ดูแลสัตว์ 200 ชีวิต ที่ไถ่มาจากร้านอาหารพิสดารและตลาดมืด

สำนักข่าวซินหัวเผยเรื่องของอาจารย์หลี่หลี่ (李里) ผู้สอนวิชาภาษาและวัฒนธรรมจีนคนหนึ่งของเมืองเฉิงตู ที่เมื่อปี 2013 ตัดสินใจย้ายบ้านออกไปอยู่แถบชานเมือง ภายในบ้านสไตล์จีนโบราณที่มีบริเวณกว้างขวางกว่า 6,000 ตารางเมตร อาจารย์หลี่ปลูกต้นไม้กว่า 300 ชนิด และเลี้ยงสัตว์อีกราว 200 ชนิด มากกว่า 2 ใน 3 ล้วนเป็นสัตว์ที่เขาไถ่ชีวิตมาจากร้านอาหารพิสดารและตลาดมืด เช่น เม่น นกกระจอกเทศ ชะมดแผงหางปล้อง กวางโรไซบีเรียน อัลปากา ฯลฯ

อาจารย์หลี่เล่าว่า ตั้งแต่เรียนจบชั้นมัธยมต้น ตนก็ไม่ได้เข้าโรงเรียนตามระบบตะวันตกอีก แต่ศึกษาวัฒนธรรมจีนโบราณด้วยตนเองจนแตกฉาน

อาจารย์หลี่สร้างบ้านหลังนี้ให้เป็นโรงเรียนสอนภาษาและวัฒนธรรมจีนตามสไตล์จีนโบราณ และใช้พื้นที่สวนหลังบ้านเป็นสวนสัตว์ ดูแลสัตว์ป่าที่เขาช่วยชีวิตมา

เขาเล่าว่า ตอนที่ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่น่าสงสารเหล่านี้ไว้ แต่ละตัวล้วนบาดเจ็บ บ้างก็โดนตัดขา บ้างก็โดนตัดหาง บางตัวที่เขารักษาจนหายดีแล้วและสามารถกลับสู่ธรรมชาติได้ เขาก็นำไปปล่อย

ด้านกรมป่าไม้เมื่อทราบถึงสิ่งที่อาจารย์หลี่ทำ ก็สนับสนุนและให้ความร่วมมือด้วยการสถาปนาสวนของอาจารย์หลี่เป็น “ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า” อย่างเป็นทางการ