คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

ชนวินาศซ้ำซ้อน 7 คัน สิบล้อตัดหน้ารถพ่วง หักหลบกระบะชนรถตู้ไฟลุก

เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนบนถนนสาย 314 วุ่นวายทำสภาพจราจรติดขัด ต้นเหตุเพราะรถบรรทุกตัดหน้ารถพ่วง ต้องหักหลบเสยท้ายรถรอยูเทิร์น กระเด็นชนรถตู้ ก่อนเกิดไฟลุกห้องเครื่อง

เมื่อวานนี้ (28 ส.ค.) ร.ต.อ.พุฒิพงษ์ ชื่นชม รองสารวัตรสอบสวนเวร สภ.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดเหตุรถยนต์ชนกันซ้ำซ้อนต่อเนื่อง บริเวณจุดยูเทิร์นกลับรถด้านหน้าโรงงานผลิตรถยนต์แห่งหนึ่ง บนถนนทางหลวงสาย 314 ฉะเชิงเทรา-บางปะกง พื้นที่ ม.2 ต.ลาดขวาง อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา https://snbbet.com จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้รถกระบะโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ที่ถูกรถตู้โตโยต้า สีบรอนซ์เงิน โดยมี นายวสันต์ อายุ 47 ปี เป็นคนขับมาทางตรงด้านฝั่งขาออกจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา พุ่งชนท้ายจนกระเด็นเข้าไปชนกระแทกซ้ำอย่างแรงเข้ากับประตูรั้วทางเข้าโรงงาน

เจ้าหน้าที่ของทางบริษัทผลิตรถยนต์ใกล้ที่เกิดเหตุ ได้นำถังดับเพลิงเคมีมาทำการฉีดควบคุมเพลิงเอาไว้ไม่ให้ลุกลามไปทั่วตัวรถทั้งคัน แต่ยังคงมีเพลิงลุกไหม้อยู่ที่บริเวณภายในห้องเครื่องใต้ฝากกระโปรงหน้ารถอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา

ห่างออกไปประมาณ 70 เมตร พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ สภาพหัวมุมด้านหน้ารถทางขวามีร่องรอยของการพุ่งชน จอดรอเจ้าหน้าที่อยู่ริมทาง โดยมี นายสมหมาย อายุ 43 ปี เป็นคนขับ ให้การว่า ขณะขับรถมาในเส้นทางตรงกำลังมุ่งหน้าไปทางตัวเมืองฉะเชิงเทรา อยู่บนถนนเลนที่สองจากทางขวา ได้มีรถบรรทุกสิบล้อได้พุ่งออกมาจากจุดยูเทิร์นกลับรถตัดหน้าแบบกะทันหัน ตนพยายามเบรกและหักหลบไปทางขวา ทำให้พุ่งเข้าไปชนท้ายรถที่กำลังจอดรอกลับรถอยู่ ทำให้รถกระบะคันที่ไฟลุกไหม้นั้นพุ่งออกและรถตู้ได้ชนซ้ำอีก

แม่โว “สปาย” เงินเดือนเป็นแสน พาทัวร์ญี่ปุ่นไม่แปลก โต้ติดเล่นหวย

ภายหลังจาก นายปัญญา ยิ่งดัง หรือ เสี่ยอ้วน ผู้ต้องหาฆ่า น.ส.ปวีณา หรือ สปาย อายุ 20 ปี และ นายอนันตชัย หรือ ฟอส อายุ 20 ปี เปิดเผยระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวฝากขังที่ศาลพัทยาว่า ตัวเองได้มีการโอนเงินให้ครอบครัวของน้องสปายเป็นเงินจำนวน 7 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อรถยนต์ 2 คัน และนำไปใช้จ่ายส่วนตัว รวมถึงไปเที่ยวด้วยนั้น

น.ส.วันเพ็ญ แม่ของสปาย เปิดเผยว่า ที่สปายพาครอบครัวไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น เพราะสปายทำงานมีรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน ส่วนกรณีโพสต์ของอั้ม เพื่อนคนสนิทของสปายและฟอส ที่ระบุว่าขอให้ทั้ง 2 คน เป็นคู่รักกันทุกชาติไป ตนขอปฏิเสธว่าไม่ใช่คนรักกัน แต่ความหมายคือเป็นเพื่อนรักกันมากกว่า

ภาษาการตีความแบบคนอีสาน คือเป็นแค่เพื่อนกัน ไม่ได้แปลว่าเขารักกัน เพราะทั้ง 2 คน เวลาไปไหนมาไหน ทำกิจกรรมก็จะทำร่วมกันมาตลอด และกรณีคลิปงานวันเกิดนั้น จากพฤติกรรมของฟอสที่อวยพรแล้วลูบหัวสปาย ก็ถือว่าปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลก เวลาดีใจหลังสปายประกวดอะไรชนะเลิศ ฟอสก็จะโอบกอด และลูบหัวเป็นปกติ

ส่วนกรณีที่พ่อน้องสปายเปิดเผยว่า เคยเห็นความสัมพันธ์เกินเพื่อน ระหว่างฟอสและสปาย จึงได้ให้ทั้งคู่แยกกันอยู่ ตนขอยืนยันว่าการให้สัมภาษณ์ของพ่ออาจจะไม่ชัดเจน เพราะมีปัญหาด้านกล่องเสียง จึงอาจพูดไม่เคลียร์

แต่ตนยอมรับว่า ช่วงนั้นมีการแยกเด็ก 2 คนจริง เพราะเหตุที่ว่ามีการข่มขู่เกิดขึ้น ระหว่างสปายกับเสี่ยอ้วน เพราะเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ของฟอสและสปาย ดังนั้นขณะที่ 2 คน มาอยู่บ้านที่ จ.กาฬสินธุ์ จึงให้แยกกันอยู่ เพื่อความปลอดภัยเท่านั้น ประกอบกับทราบข่าวมาว่าฟอสจะไปต่างประเทศด้วย แต่การแยกกัน ไม่ใช่เพราะกีดกัน ขณะที่กระแสสังคม มองว่าฟอสมีส่วนช่วยสปายรับเงินมาจากเสี่ยอ้วน ตนไม่เชื่อแบบนั้น

น.ส.วันเพ็ญ กล่าวว่า ส่วนที่สปายคุยกับเพื่อนสนิทว่า มีการโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตราคาเกือบแสนบาทนั้น ตนไม่เห็น และยังไม่เห็นแชทดังกล่าวด้วย แต่เดาได้ว่ามีช่วงหนึ่งที่สปายโทรมาบอกว่าจะชื้อโทรศัพท์มือถือใหม่ โดยบอกว่าหลังเก็บเงินได้แล้วจะน้ำไปชื้อ ซึ่งตนก็เชื่อว่าเงินดังกล่าวคือเงินที่น้องทำงานมา ไม่ใช่เงินของเสี่ยอ้วน นอกจากนี้ น.ส.วันเพ็ญ พูดติดตลกว่า “แต่จะใช่หรือไม่นั้น ถ้าอยากรู้ ให้ลองไปถามกับสปายเอาเอง”

ที่แท้คนสวนบ้าน “หม่ำ จ๊กมก” ใช้หนังสติ๊กยิงไล่นก แต่พลาดทำกระจกแตก

จากกรณี นางเอ็นดู หรือ มด วงษ์คำเหล่า อายุ 50 ปี ภรรยาของนายเพร็ชทาย หรือ หม่ำ จ๊กมก วงษ์คำเหล่า ได้มีการโพสต์รูปและข้อความว่า กระจกที่บ้านถูกกระสุนปริศนานยิงแตกจนเป็นรู ซึ่งห้องดังกล่าวเป็นห้องที่ครอบครัวชอบอุ้มหลานมานั่งพักผ่อน

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หม่ำ จ๊กมก ซึ่งกำลังติดกำกับภาพยนตร์เรื่องขุนบันลือ อยู่ที่โรงถ่ายบ้านล้อมเกวียน ภายใน ซ.วัดพระเงิน ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้ให้สัมภาษณ์ว่าสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังจากแม่บ้านเข้ามาทำความสะอาดที่ห้องรับแขก ก็พบว่าที่กระจกห้องมีรอยรูกระสุนปืนยิงทะลุกระจกเข้ามา จึงได้ขึ้นมาตามตนกับภรรยาลงไปดู

ซึ่งตนก็พยายามจะหากระสุนดังกล่าว แต่ติดว่าช่วงเวลานั้นตนกับภรรยาจะต้องเดินทางมาที่กองถ่ายภาพยนตร์พอดี จึงบอกให้แม่บ้านอย่าเพิ่งทำความสะอาด และถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน พร้อมโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางใหญ่ ก่อนจะนำรูปมาโพสต์ดังกล่าว

หม่ำ จ๊กมก กล่าวต่อว่า เมื่อปีที่แล้วเคยถูกกระสุนปริศนาดังกล่าวยิงเข้าที่ขามาแล้วครั้งหนึ่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน แต่โชคดีที่ครั้งนั้นกระสุนไม่เข้าน่าจะยิงมาไกลจนลูกกระสุนหมดแรงเสียก่อน แต่ครั้งนี้กระสุนถึงขั้นทะลุกระจกห้องรับแขกเข้ามาซึ่งกระจกที่บ้านตนนั้นก็หนามาก จึงรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยและเป็นห่วงหลาน เพราะห้องดังกล่าวเป็นห้องที่ครอบครัวมาใช้พักผ่อนด้วยกันเป็นประจำ

ก่อนหน้านี้เวลากลางคืนตนก็จะได้ยินเสียงปืนดังเป็นประจำทุกคืน จึงอยากฝากบอกถึงคนที่ยิงปืนว่า ไม่ว่าจะมายิงนกหรือยิงหนูหรือด้วยความคึกคะนองให้นึกถึงคนอื่นบ้าง โชคดีกระสุนถูกแค่กระจกยังเปลี่ยนใหม่ได้ หากไปโดนคนในครอบครัวตนก็อาจจะติดคุกเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต

ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่บ้านของตลกชื่อดัง ภายใน ซ.บางม่วง 3 ถ.บางม่วง-บางคูลัด ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักของหม่ำและครอบครัว ก็พบว่ามีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ เดินทางมาตรวจสอบแต่ห้ามไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในบ้านพักแต่อย่างใด

ต่อมาหม่ำได้มีการโพสต์ขอโทษ พร้อมระบุว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการเข้าใจผิด หลังจากภรรยาได้ไปโพสต์ว่าบ้านถูกยิงด้วยลูกกระสุนปืนนั้น ต้องขอโทษด้วย ที่แท้เป็นคนสวนที่บ้านใช้หนังสติ๊กยิงไล่นกพิราบ และพลาดไปโดนกระจกแตก แต่ไม่กล้ายอมรับเพราะกลัวความผิด เพิ่งจะมารับสารภาพ

ผบ.ทบ. ปฏิเสธข่าว “พลทหาร” ถูกธำรงวินัยปางตาย บอกทะเลาะกันเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก น.ส.กาญจนาภรณ์ อายุ 29 ปี ว่าหลานชายของตน คือ นายคชา อายุ 22 ปี ทหารเกณฑ์สังกัดหน่วยทหารแห่งหนึ่งใน จังหวัดลพบุรี โดยเมื่อค่ำวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ทหารโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาหามารดาของพลทหารคชา ว่าลูกชายถูกหามส่งโรงพยาบาลเนื่องจากน็อกไปเองระหว่างฝึก ซึ่งบรรดาญาติทุกคนไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องร้ายแรง คงแค่ฝึกหนักเพียงเท่านั้น

หลังจากนั้นไม่กี่นาทีมีโทรศัพท์ติดต่อมาจากโรงพยาบาลฯ ว่าพลทหารคชา เกิดอาการหัวใจหยุดเต้น ซึ่งแพทย์ได้ปั๊มหัวใจ 15 นาทีแล้ว ญาติจะอนุญาตให้ปั้มหัวใจต่อหรือไม่ เนื่องจากอาจจะเกิดเหตุซี่โครงหักได้ ระหว่างนั้นทุกคนตกใจและหวั่นวิตกกันเป็นอย่างมาก ยืนยันให้ปั๊มจนกว่าหัวใจจะเต้น หลังจากนั้นทุกคนภายในบ้านรีบเดินทางออกจากอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อไปดูอาการพลทหารคชา ซึ่งรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู และ ใส่เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งหมอบอกว่าโอกาสรอดมีแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ และให้แม่ทำใจ ถ้าฟื้นขึ้นมาอาจไม่เหมือนเดิม เพราะสมองขาดออกซิเจนนาน เนื่องจากหัวใจหยุดเต้นไป 2-3 ครั้ง และตอนมาถึงโรงพยาบาลมีอาการไตวายด้วย

ล่าสุด ตอนนี้อาการพลทหารคชา ยังทรงตัวและต้องรอดูอาการไปเรื่อยๆ ทางครอบครัวร้อนใจ อยากย้ายไปโรงพยาบาลอื่น จึงวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ และเร่งรัดพาหลานชายไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน เพราะหากปล่อยไว้นานเกรงว่าจะไม่มีโอกาสฟื้นขึ้นมา

สำหรับพลทหารคชา แต่งงานแล้ว มีลูกสาว 1 คน และภรรยากำลังตั้งท้องลูกคนที่ 2 ก่อนเข้าประจำการเป็นทหารเกณฑ์เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ปี 60 และเข้าไปอยู่ในหนักสูตรส่งทางอากาศ คือ การกระโดดร่ม จนกระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว ครั้งล่าสุดที่ได้พูดคุยกันพลทหารคชา บอกว่าหลังปลดประจำการจะกลับไปบวชทดแทนบุญคุณพ่อ-แม่ แต่กลับต้องมาประสบเหตุร้ายเสียก่อน ซึ่งทุกคนในครอบครัวต่างทำใจกันไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวด้วย

ล่าสุด พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ระบุกรณีมีข่าวว่า พลทหารคชา อายุ 22 ปี ทหารเกณฑ์สังกัดหน่วยทหารแห่งหนึ่งที่จังหวัดลพบุรี ถูกซ่อมจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ว่าเบื้องต้นได้รับรายงานแล้ว แต่ไม่ใช่การซ่อม เป็นการทะเลาะวิวาทของทหารกันเอง เนื่องจากปัจจุบันกองทัพไม่มีระบบซ่อม อีกทั้งช่วงนี้ไม่มีการฝึกทหารเกณฑ์ ดังนั้นกรณีเชื่อว่าเป็นเรื่องเฉพาะตัว

ส่วนกรณีที่ญาติของพลทหารคชา ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมถึงนายกรัฐมนตรีแล้วกองทัพจะดำเนินการอย่างไรนั้น ผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่าเรื่องนี้หน่วยต้นสังกัดจะต้องดำเนินการ ส่วนตนเองจะไปตรวจสอบรายละเอียด ขออย่ากังวลเพราะมีระเบียบอยู่แล้ว ใครผิดต้องดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา

อุบัติเหตุเจ็บหมู่-หนุ่มกะเหรี่ยงซิ่งกระบะเสยปิกอัพขนคนงาน เสียงดังสนั่นกลางแยกยูเทิร์น

( 22 ส.ค. 61 ) ร.ตอ.ประเสริฐ ถาวร รอง สว.สอบสวน สภ.แม่สอด จ.ตาก รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุมีคนบาดเจ็บจำนวนมากที่บริเวณถนนตัดใหม่อ้อมเมืองไปยังสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 บ้านวังตะเคียน ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด ไปตรวจสอบพร้อมด้วยรถกู้ชีพกู้ภัยโรงพยาบาลแม่สอดอินเตอร์ โรงพยาบาลแม่สอด และกู้ภัยท่าสายลวด

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณทางกลับรถใกล้ด่านชั่งน้ำหนัก https://snbbet.com พบรถปิกอัพโตโยต้าไฮลักซ์ สีบรอนด์ ทะเบียน บค 1704 ตาก ชนติดกับรถปิกอัพนิสสันสีน้ำเงินไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนในสภาพด้านหน้าขวาพังยับทั้งคู่ บริเวณข้างทางพบคนเจ็บจำนวนมากนอนร้องครวญคราง เจ้าหน้าที่ช่วยนำส่งโรงพยาบาลทั้งสองแห่งรวม 13 ราย มีบาดเจ็บสาหัส 3 ราย

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายจ่อ อายุ 50 ปี เป็นกะเหรี่ยงขับรถกระบะนิสสันสีน้ำเงินไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมีผู้โดยสารนั่งมาด้วย 1 คน เพื่อจะไปทำไร่ ขณะที่รถกระบะโตโยต้า มีนายอนุชา อายุ 24 ปี บรรทุกคนงานก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ทั้งด้านหน้า และท้ายกระบะ จำนวน 13 คน มุ่งหน้าจะเข้าไปในไซต์งานก่อสร้างที่อยู่ห่างไปประมาณ 500 เมตร มาทางตรง จู่ๆ พุ่งชนกันกลางแยกยูเทิร์นดังสนั่น จนทำให้มีคนบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งถนนสายนี้เป็นถนนที่ก่อสร้างเสร็จ แต่ยังไม่เปิดเป็นทางสาธารณะมักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

ที่นี่ไม่เห็นแดดตลอดทั้งปี คนจีนเกือบร้อยชีวิตอยู่หมู่บ้านในถ้ำลึก

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า หมู่บ้านที่อยู่ในถ้ำลึกกว่าระดับน้ำทะเล 1,800 เมตร กลายเป็นหมู่บ้านในถ้ำเพียงแห่งเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้ได้รับการขนานนามว่าพวกเขาเป็นชนเผ่าคนถ้ำกลุ่มสุดท้ายของประเทศ และยังคงมีความสุขดีกับการใช้ชีวิตแบบหลบแดดหลบฝนอยู่โครงสร้างหิมแข็งแกร่งแห่งนี้

หมู่บ้านเมวในมณฑลกุ้ยโจว หรือ ชนเผ่าคนถ้ำกลุ่มสุดท้ายของชาติจีน ยังคงใช้ชีวิตแบบเดิมตามวิถีดั้งเดิม แม้ว่าโลกภายนอกจากจะพัฒนาก้าวหน้าไปแล้วก็ตาม หมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในถ้ำลึก แต่พวกเขาสร้างบ้านและอาศัยอยู่ในระดับความลึก 50-100 เมตร จากปากถ้ำ

บริเวณปากทางเข้าของหมู่บ้านแห่งนี้ อยู่ปากถ้ำที่เงียบสงบ แต่ก็มักจะได้ยินเสียงสัตว์ที่ชาวบ้านเลี้ยงเอาไว้ และบางครั้งก็จะได้ยินเสียงไอพ่นของเครื่องบินบนฟ้าสะท้อนลงมาด้วย หมู่บ้านแห่งนี้เพิ่งได้รับการอนุรักษ์และทางการได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ปรับปรุงซ่อมแซมบ้านเรือนให้กับชาวบ้านให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ปัจจุบันประชากรในหมู่บ้านแห่งนี้มีอยู่ราวๆ 70 คน ส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าม้ง ประกอบด้วย 18 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ร่วมกันในถ้ำแห่งนี้ อาชีพของชาวบ้านส่วนใหญ่ก็คือปศุสัตว์และเกษตรกรรม โดยทุกๆ สัปดาห์พวกเขาจะหอบผลผลิตไปขายที่ตลาดในเมืองใกล้ๆ ห่างออกไป 15 กิโลเมตร

นอกจากนี้ หมู่บ้านแห่งนี้ยังมีโรงเรียนที่เกิดขึ้นจากความศรัทธาของครูหยาง ที่ตัดสินใจละทิ้งเงินเดือนสูงๆ ในอาชีพครูในเมือง ย้ายมาประจำสอนหนังสือเด็กๆ ในหมู่บ้านแห่งนี้ แม้จะเป็นเพียงโรงเรียนเล็กๆ ที่คอยให้ความรู้แก่คนในหมู่บ้าน แต่เธอหวังว่าในอนาคตจะมีโรงเรียนประถมเกิดขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม หมู่บ้านแห่งนี้เพิ่งจะมีไฟฟ้าใช้เพียงไม่นาน และเพิ่งจะได้เรียนรู้การดูโทรทัศน์ที่มีอยู่เพียงเครื่องเดียวใจกลางหมู่บ้าน พวกเขามีความสุขในโลกเล็กๆ ในถ้ำแห่งนี้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีใดๆ หรือแม้กระทั่งแสงแดดจะส่องเข้ามาไม่ถึงในนี้ แต่ชีวิตกลางวัน-กลางคืนก็ยังปกติสุขดี

บอสวศินร้ายใช่เล่น! “ฟิล์ม” ตีเนียน “บี” หาจังหวะคลอเคลีย “เมีย2018”

วางมาดทำเก็กขรึมมานาน แต่พอมีโอกาสได้อยู่กับ อรุณา (บี-น้ำทิพย์) สองต่อสองทีไร บอสวศิน (ฟิล์ม-ธนภัทร) เป็นต้องโชว์หวานใส่ทุกที ละคร เมีย2018 วีคนี้จึงมีฉากกุ๊กกิ๊กของทั้งคู่มาให้แฟนๆ ได้จิ้นกันอีกแล้ว จะหวานจนจิกหมอนแตกอีกหรือไม่? ไปชมเบื้องหลังฉากนี้กัน

เป็นฉากที่ อรุณา (บี-น้ำทิพย์) มาเที่ยวบ้าน วศิน (ฟิล์ม-ธนภัทร) อรุณาจึงอาสาเข้าครัวโชว์ฝีมือทำอาหารให้ทุกคนทาน วศินจึงหาทางใกล้ชิดกับอรุณา ด้วยการขอมาเป็นลูกมืออรุณา
ฉากนี้ ผู้กำกับ สันต์ ศรีแก้วหล่อ ยกกองไปถ่ายทำกันที่บ้านหรู ย่านซอยสุขสวัสดิ์ 26 หลังทีมงานเซ็ตทุกอย่างพร้อม ผกก. ก็เรียกบี, ฟิล์ม มาซักซ้อมบทและคิวกันก่อน หลังซักซ้อมกันจนคล่องแล้ว ก็เริ่มถ่ายทำจริงทันที

เริ่มที่ บีกำลังเตรียมจัดของเพื่อทำกับข้าวอยู่ ฟิล์มก็เดินตามมาพร้อมอาสาขอเป็นลูกมือช่วยบีอีกแรง หลังได้รับอนุญาตให้มาเป็นผู้ช่วยแล้ว ฟิล์มก็ออกลายเจ้าชู้ ทำทีเอื้อมมือไปหยิบผ้ากันเปื้อนที่วางอยู่ข้างๆ บีมาใส่ แต่งานนี้กลับทำเอาบีถึงกับแอบสะดุ้ง เพราะแขนล่ำของฟิล์มดั๊นมาโดนตัวบีเข้าเต็มๆ เรียกง่ายๆ ว่าฟิล์มมาแอบกอดบีก็ไม่ผิด! ครั้นพอบีหันไปมองหน้า หนุ่มฟิล์มก็ตีหน้าซื่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น บีจึงแก้เก้อ ด้วยการเอ่ยปากสั่งให้ฟิล์มรีบๆ ล้างผักให้เสร็จเร็วๆ

จากนั้นฟิล์มก็จัดแจงล้างผักตามที่บีสั่งแต่โดยดี แต่งานนี้ม่ายรู้ว่าผักจะสะอาดแค่ไหน เพราะฟิล์มมัวแต่จ้องมองหน้าบีอย่างไม่วางตา เล่นเอาบีต้องหันมาค้อนใส่เบาๆ แต่ถึงจะโดนบีดุทางสายตา ฟิล์มก็ไม่ยี่หระเพราะความรักที่มีอยู่ล้นอก ทำให้ฟิล์มแกล้งเอื้อมมือ ไปคว้าจานผักที่วางอยู่ใกล้ๆ บี อีกรอบ

ฟากบีที่เริ่มรู้ทัน ว่าตนกำลังถูกขโมยกอด! จึงหันมาทำตาเขียวใส่ แต่ฟิล์มที่กำลังได้ใจก็แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ แล้วทำท่าจะหยิบของ(อีกแล้ว!) แต่ครั้งนี้บีรู้ทัน จึงรีบหันหน้ามา หวังจะสกัดจุดไม่ให้ฟิล์มมีโอกาสอีก แต่กามเทพก็ดันเป็นใจ เพราะจังหวะที่บีหันมานั้น ทำให้หน้าของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกันเข้าไปอีก นาทีนี้เล่นเอาบีถึงกับสตั้น และออกอาการเขิน และหวั่นไหวไปกับสายตาและรอยยิ้มสุดละมุมที่หนุ่มฟิล์มส่งมาให้ ผู้กำกับสั่งตากล้องเก็บภาพทั้งคู่ส่งสายตาให้กัน จนได้ภาพสวยๆ มาฝากแฟนๆ แล้ว ก็สั่งคัทเช็คเทปบอกผ่าน

เอาล่ะซิ..งานนี้ใครที่ลุ้นว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จะเดินหน้าไปต่อได้ถึงไหน? ตามชมฉากนี้ได้ในละคร เมีย2018 ออกอากาศคืนวันจันทร์ที่ 20 สิงหาคมนี้ 21.30 น. ช่องวัน 31

น้องสาวมึน พี่สาวป่วยทางจิตปั่นจักรยานจากนครนายก โผล่เป็นศพแห้งกรังที่อยุธยา

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา พบศพหญิงชราอายุประมาณ 50-60 ปี สภาพศพเน่าเปื่อย สภาพศพนอนหงาย ใส่เสื้อลายสก็อตแขนยาวผ้าถุงสีน้ำตาล ข้างศพพบรถจักรยานสีเขียวล้มคว่ำอยู่ ที่รถจักรยานพบกระเป๋าถือแขวนไว้ ตรวจสอบในกระเป๋าพบเงินสด 2,000 บาท และหมากพลู อยู่ในป่า หมู่ 5 ต.กระจิว อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด (17 ส.ค.) เมื่อเวลา 19.00 น. ที่ สภ.ภาชี จ. พระนครศรีอยุธยา นางวันวิสา อายุ 59 ปี เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.อำนาจ อุสารัมย์ รองสว.สอบสวน สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมาขอดูศพพร้อมกับยืนยันว่า ศพหญิงสาวที่พบคือนางสาวรำไพ อายุ 66 ปี เป็นพี่สาวของตนเอง

นางวันวิสา อายุ 59 ปี เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นพี่สาวของตน ซึ่งหายออกจากบ้านที่อยู่ จ. นครนายก ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. และตนพร้อมญาติก็ได้ออกตามหาและประกาศตามโลกโซเชียล ตั้งแต่วันแรกที่หายไป

และก็ได้ไปแจ้งความคนหายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนมทราบข่าวว่าพบศพหญิงสาวเสื้อผ้าและรถจักรยาน ตรงกับพี่สาวจึงเดินทางมาดู ยืนยันว่าเป็นพี่สาวของตนเอง

ส่วนสาเหตุตนก็ไม่ทราบว่าพี่สาวถึงทำไมปั่นจักรยานมาถึงที่นี่ได้ ส่วนพี่สาวของตนเองมีอาการป่วยทางจิตและต้องคอยไปพบแพทย์และรับยามารักษาตัวที่บ้าน

แต่ระยะหลังไม่ยอมไปจึงไมได้รับยามารักษา จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้พี่สาวของตนปั่นจักรยานออกจากบ้าน และอาจจะหลงทางจึงกลับบ้านไม่ได้ จนมีผู้มาพบศพสภาพร่างกายแห้งกรังในป่ารกดังกล่าว

“เจมส์ จิรายุ” เคลียร์ชัดสถานะ “แต้ว” แฟนละครดราม่า ลามถึงแฟนนางเอกสาว

ออกมาเปิดใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับนักแสดงหนุ่มหน้าหวาน เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข หลังมีข่าวว่าแฟนคลับต่างชาติของคู่จิ้น เจมส์จิ-แต้ว เข้าไปคอมเมนต์ในอินสตาแกรม ต้น-อาชว์ ไหลสกุล หวานใจตัวจริงของนางเอกสาว แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ และสั่งให้ลบรูปคู่ออกให้หมด เนื่องจากอยากเห็นรูปคู่ เจมส์จิ-แต้ว มากกว่า

โดยงานนี้นอกจากหนุ่ม เจมส์ จิรายุ จะออกมาชี้แจงดราม่าดังกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นเพียงแค่ในละคร และความสัมพันธ์ระหว่างตนกับนางเอกรุ่นพี่ก็เป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมงานที่สนิทเท่านั้น เจ้าตัวก็ยังบอกอีกด้วยว่า ไม่จำเป็นต้องเคลียร์กับต้น เพราะเชื่อว่าอีกฝ่ายเข้าใจอยู่แล้ว

ล่าสุดมีดราม่าออกมา แฟนคลับต่างชาติจิ้น เจมส์-แต้ว จนไปขอให้ ต้น อาชว์ ลบภาพคู่แต้วออกจากอินสตาแกรม ?
“จริงๆ มันก็เป็นแค่ละครนะครับ เราก็แค่อยากให้คนดูมีความสุขกับละครเท่านั้นเอง ถ้าถามผมว่าประเด็นนี้มันรุนแรงไหม มันก็แล้วแต่จะคิดนะครับ แต่ยังไงมันก็ยังอยู่ในของเขตของการแสดงอยู่ดี ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้ เพราะพี่แต้วก็ยังเป็นพี่สาวที่น่ารักของผมเสมอ (ยิ้ม) แต่เอาจริงๆ ผมเชื่อว่าทุกคนเข้าใจนะว่ามันคืองาน แต่อาจจะมีคนแค่บางกลุ่มเท่านั้น ที่ชื่นชอบละครจนอินไปกับละคร”

“สำหรับทางด้านคนของผม คือ…เขาเองก็เข้าใจเรื่องนี้ดี เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องของงาน และกับตัวพี่ต้นเอง ผมว่าไม่มีอะไรที่จะต้องเคลียร์กันหรอก เพราะมันไม่มีอะไรอยู่แล้ว อีกอย่างพี่แต้วเขาก็เป็นคนแมนๆ เขาไม่สนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้วครับ”

มีข่าวว่า พี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ป่วยหนัก เข้าห้องไอซียู และเราเองก็ถ่ายละครกับพี่เขาอยู่ พอจะทราบรายละเอียดหรือเปล่า ?
“พอดีวันนี้ผมไม่ได้มีคิวถ่ายละครก็เลยไม่ทราบรายละเอียดอะไรมาก แต่ก็เห็นจากข่าวแล้ว ซึ่งพอผมโทรไปหาพี่ๆ ที่กองถ่ายก็ได้ถามอาการมาคร่าวๆ ตัวผมเองก็ตกใจเหมือนกัน เพราะที่ผ่านมาพี่อ๊อฟเป็นคนที่แข็งแรงมาก แต่เรื่องรายละเอียดผมก็ทราบตามที่เป็นข่าวนะครับ ยังต้องรอดูอาการต่อไป”

“ถามว่าสาเหตุที่พี่อ๊อฟต้องเข้าโรงพยาบาลเกิดจากสาเหตุอะไร ผมยังไม่ได้ถามสาเหตุเลยครับ แต่ถ้าหากไม่ลำบากพี่อ๊อฟจนเกินไป ผมก็อยากจะเข้าไปเยี่ยม ส่วนเรื่องการถ่ายละคร พรุ่งนี้ผมก็น่าจะต้องไปถ่ายเหมือนเดิมตามปกติ เพราะทางกองยังไม่ได้แจ้งอะไรมา”

สาวหัวร้อนบุกทำร้าย 8 ขวบกลางเซเว่น ฉุนอ้างเป็นต้นเหตุทำให้รถล้ม

เด็กหญิงลูกครึ่งอาหรับเดินข้ามถนนมาร้านสะดวกซื้อ ก่อนโดนสาววัยรุ่นตามเข้าไปทำร้าย อ้างเป็นต้นเหตุวิ่งตัดหน้า ทำให้รถล้มคว่ำกลางสายฝน

(16 ส.ค.) เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา นางเพ็ญศรี อายุ 51 ปี ได้พาหลานสาวลูกครึ่งไทย-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ น้องอลิซ (นามสมมติ) อายุ 8 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.โรมรัน ศรีไกรภักดิ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.หนองปรือ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ระบุว่าหลานสาวถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ ภายในร้านสะดวกซื้อเซเว่น อิเลฟเว่น ซอยเขาตาโล 1/2

นางเพ็ญศรี ยายของน้องอลิซ เล่าว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ถนนลื่น ตนและหลานๆกำลังเดินข้ามถนน จังหวะนั้นได้มีรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่กันมา 2 คน ก่อนจะล้มเสียหลักลงที่พื้นถนน ตอนนั้นตนก็ไม่ทราบว่าพวกตนเป็นต้นเหตุหรืออย่างไร จึงไม่ได้คิดอะไร แล้วเดินต่อไปที่ร้านสะดวกซื้อกับหลานๆ

แต่ขณะที่กำลังเดินเลือกซื้อสินค้าอยู่ภายในร้านนั้น ปรากฏว่ามีหญิงสาวอายุประมาณ 20-25 ปี ได้เดินปรี่เข้ามาทำร้ายหลานสาว ด้วยการจับแขนเหวี่ยงล้มกลิ้งไปกับพื้นร้าน ทำให้หลานได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ประชาชนและพนักงานภายในร้านต่างเข้ามาช่วยกันห้าม อีกทั้งยังถูกข่มขู่ด่าทอด้วยคำพูดหยาบคาย หลังเกิดเหตุตนจึงรีบพาหลานไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ก่อนเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้านสะดวกซื้อ แต่ยังไม่เปิดเผยกับสื่อมวลชนแต่อย่างใด